ลมกับพระอาทิตย์

ลมกับพระอาทิตย์

ณ หมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก ทุก ๆ วันชาวบ้านที่เป็นผู้ชายจะตื่นขึ้นมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนผู้หญิงจะทำงานบ้าน และคอยหาอาหารเพื่อรอสามีกลับมาจากทำงาน กระทั่งมีหญิงสาวคนหนึ่งได้นำผ้าที่ซักเอาไว้ออกมาตากที่ราวตากผ้า

แนะนำตัวละคร
ณ หมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก ทุก ๆ วันชาวบ้านที่เป็นผู้ชายจะตื่นขึ้นมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนผู้หญิงจะทำงานบ้าน และคอยหาอาหารเพื่อรอสามีกลับมาจากทำงาน กระทั่งมีหญิงสาวคนหนึ่งได้นำผ้าที่ซักเอาไว้ออกมาตากที่ราวตากผ้า เวลาผ่านไปไม่นานนักผ้าก็แห้งสนิทอย่างรวดเร็ว
ลมจึงพูดเยินยอตัวเองว่า
ลม
ลม

ชาวบ้านที่นี่ช่างโชคดีเสียจริง เป็นเพราะมีข้าอยู่ด้วย เสื้อผ้าที่ตากเอาไว้จึงแห้งเร็ว

พระอาทิตย์ได้ยินเช่นนั้นก็หาได้ยอมไม่ จึงตอบกลับไปว่า
พระอาทิตย์
พระอาทิตย์

ผิดแล้ว เป็นเพราะมีแสงแดดจากข้าต่างหากเล่า หากไม่มีแสงแดดจากพระอาทิตย์อย่างข้า เสื้อผ้าก็ไม่มีวันแห้งได้เร็วเช่นนี้หรอก

ลมกับพระอาทิตย์ถกเถียงกันว่าใครมีอำนาจเหนือกว่ากัน แต่ก็ยังตัดสินไม่ได้ ลมเห็นชายนักเดินทางคนหนึ่งเดินผ่านมาจึงคิดหาทางตัดสินแล้วพูดว่า
ลม
ลม

ถ้าอย่างนั้นเราลองมาแข่งกัน ใครทำให้ชายคนนี้ถอดเสื้อคลุมออกได้ถือว่าชนะ ข้าขอเป็นคนเริ่มก่อนนะ

พระอาทิตย์
พระอาทิตย์

ได้! ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

ลมรวบรวมพลังพัดโหมกระหน่ำ หวังให้เสื้อคลุมหลุดปลิว แต่ชายนักเดินทางกลับจับเสื้อคลุมไว้แน่นแล้วรีบจ้ำเดินไป ทำให้ลมงุนงงนิ่งตะลึง
ลม
ลม

เป็นไปได้อย่างไรกัน ทำไมชายคนนั้นถึงไม่ถอดเสื้อกันล่ะ

พระอาทิตย์
พระอาทิตย์

ฮ่า ๆ ต่อไปทีข้าบาง คอยดูนะ

จากนั้นก็เริ่มส่องแสงแดดอ่อน ๆ แล้วค่อยแผดแสงเจิดจ้าร้อนแรงขึ้นทีละน้อย ทำให้ชายนักเดินทางรู้สึกร้อน จนในที่สุดก็ต้องถอดเสื้อคลุมออก พระอาทิตย์จึงเป็นผู้ชนะในทันที
ม้า
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“การใช้กำลังแข่งขัน อาจไม่ได้มาซึ่งชัยชนะเสมอไป”

ในวันที่ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว มีชายนักเดินทางคนหนึ่ง ต้องการเดินทางไปยังอีกเมืองหนึ่ง เขาจึงได้ไปตะเวนหาเช่าลา เพื่อใช้สำหรับขนเสบียงและนั่งบนหลังของมัน ชายนักเดินทางได้พบกับเจ้าของลาที่ตามหา

ใจกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ มีเม่นน่าสงสารตัวหนึ่งเดินเร่ร่อนหาที่อยู่อาศัย สภาพของมันทั้งหิวโซ และอิดโรยจากการเดินทางเร่ร่อนมานาน จนมาพบพวกงูใจดีตัวหนึ่งกำลังขดอยู่ที่พื้น

ณ บ้านชาวนาแห่งหนึ่ง ได้มีเจ้าแมวและครอบครัวขอหนูอาศัยอยู่ในบ้านชาวนาหลังเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่เจ้าแมวถูกเลี้ยงอย่างสุขสบายแต่พวกหนูต้องอาศัยอยู่อย่างหวาดกลัวเขี้ยวอันคมและกรงเล็บอันแหลมของเจ้าแมวที่ชาวนาเลี้ยงไว้มาตลอดเวลา

ณ บึงน้ำในป่าแห่งหนึ่ง บึงแห่งนี้เป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำน้อยใหญ่นานาชนิด ทั้งยังมีพืชที่อุดมสมบูรณ์มากมาย มีต้นโอ๊กใหญ่ขึ้นแผ่กิ่งก้านอยู่ริมฝั่งและมีต้นอ้อขั้นอยู่ในน้ำ ทั้งสองมักจะเห็นกันและกันอยู่ทุกวัน

เจ้าสุนัขจิ้งจอกผู้เกรียจคร้านตัวหนึ่ง มันได้ออกมาเดินเล่นเพื่อที่จะหาอาหารกิน และหากว่ามันได้เห็นต้นไม้ใหญ่สักต้นแล้วละก็ มันก็จะอาศัยร่มเงาเพื่อที่จะนอนกลางวันสักหน่อย

มีลาตัวหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่ งานของมันคือการขนสัมภาระไปให้เจ้าของของมัน ยังหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ถัดออกไป สัมภาระนั้นดูมากจนเต็มหลังไปหมด มันเดินมาสักระยะหนึ่ง จนถึงธารน้ำ และตั้งใจที่จะเดินข้ามไปยังอีกฝั่ง เพราะเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ คือหมู่บ้านซึ่งอยู่อีกฝั่งของธารน้ำ

ณ หมู่บ้าน ริมชายป่าแห่งหนึ่ง มีบ้านหลังหนึ่งของชาวนา บ้านหลังนี้มักจะมีหนูอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเจ้าของบ้านจึงได้นำแมวมาเลี้ยงไว้หลายตัวเ จ้าแมวเหล่านั้นได้วิ่งไล่จับหนูกินทุกวันจนจำนวนหนูในบ้านลดลงไปมากอยู่มาวันหนึ่งเจ้าหนูทั้งหลายจึงได้ปรึกษากันว่า

มีเจ้ามดตัวน้อยตัวหนึ่งมันได้เดินพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนๆมาไกลมาก จนกระทั่งมันได้มาหยุดที่ลำธารกลางป่าแห่งหนึ่งแต่กลับตกลงไปในลำธารน้ำไหลเชี่ยว ก้มลงหวังจะกินให้หายกระหาย แต่ด้วยความที่น้ำมันไหลเชี่ยวแรงมาก ทำให้เจ้ามดน้อยตกลงไปในน้ำและโดนกระแสน้ำพัดพาไปไกลจากที่เดิม