เสียงสะท้อนจากเวที

เสียงสะท้อนจากเวที

นาวาเป็นเด็กหญิงที่ชอบร้องเพลงและมั่นใจในเสียงของตัวเอง เมื่อเพื่อนอย่างเตยวิจารณ์การร้องเพลงด้วยความหวังดี นาวากลับไม่พอใจ จนกระทั่งครูเจี๊ยบช่วยให้เธอเข้าใจความหมายของคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ ในที่สุดนาวาก็เปิดใจ และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นจากการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

116 อ่าน
อ่านเรื่องเต็ม
เสียงร้องใส ๆ ของนาวาดังสะท้อนทั่วห้องดนตรีของโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่ง เธอยืนอยู่บนเวทีซ้อมร้องเพลงประกวดประจำปีด้วยแววตาที่เปล่งประกายมั่นใจ
นาวาร้องท่อนสุดท้ายจบลงด้วยท่าทีมั่นใจ เธอยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนบางคนปรบมือเบา ๆ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างล่างเวที
เตย
เตย

นาวา... เสียงเธอเพราะมากเลย แต่ท่อนฮุกเธอร้องสูงเกินไปนิดนึง ถ้าใส่อารมณ์อีกหน่อยน่าจะดึงคนฟังได้มากกว่านี้

เตยพูดพลางเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอย่างจริงใจ นาวาหน้าตึงลงทันที เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งเล็กน้อยว่า
นาวา
นาวา

เธอเป็นนักร้องเหรอเตย ใครขอให้เธอวิจารณ์เรากัน?

เตยดูอึ้งไป แต่ยังคงพูดอย่างใจเย็น
เตย
เตย

เราไม่ได้หมายความไม่ดีหรอกนาวา เราอยากให้เธอทำออกมาได้ดีที่สุด

เตย
เตย

เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?

นาวาไม่พูดอะไรอีก เธอหยิบขวดน้ำแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งความอึดอัดใจไว้เบื้องหลัง
วันต่อมา ครูเจี๊ยบเรียกนาวามาคุยด้วยหลังเลิกเรียน ในห้องซ้อมที่ตอนนี้มีเพียงสองคน
ครูเจี๊ยบ
ครูเจี๊ยบ

นาวา ครูอยากคุยเรื่องเมื่อวานนิดนึงนะลูก

ครูเจี๊ยบพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นาวาหลบตา
นาวา
นาวา

เตยอีกแล้วใช่มั้ยคะครู...

ครูเจี๊ยบ
ครูเจี๊ยบ

เตยไม่ได้ตั้งใจให้เธอเสียความมั่นใจนะ เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ เพราะเขาเห็นว่าเธอมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านี้อีก ถ้าเธอลองเปิดใจฟัง

นาวานิ่งคิดไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า
นาวา
นาวา

ตอนนั้นหนูแค่รู้สึกว่า...เหมือนเขาดูถูกเสียงของหนู

ครูเจี๊ยบยิ้ม พลางพูดว่า
ครูเจี๊ยบ
ครูเจี๊ยบ

บางครั้ง คำพูดของคนที่หวังดีอาจจะฟังดูไม่เพราะในตอนแรก แต่มันคือของขวัญที่ซ่อนอยู่ในกระดาษห่อหยาบ ๆ ถ้าเราคลี่มันออก เราจะเจอสิ่งมีค่าอยู่ข้างใน

เย็นวันนั้น นาวาเดินกลับบ้านไปพร้อมความคิดที่หมุนวนอยู่ในหัว เธอทบทวนคำพูดของเตย ทบทวนการแสดงของตัวเอง และเริ่มเข้าใจบางอย่าง
วันต่อมา นาวาหยุดเตยไว้ที่หน้าห้องดนตรี
นาวา
นาวา

เตย... เมื่อวานเราคิดดูแล้ว ขอโทษที่พูดแรงใส่นะ เธอช่วยฟังเราร้องอีกครั้งได้มั้ย? คราวนี้เราอยากฟังเธอจริง ๆ

เตยยิ้มอย่างดีใจ พยักหน้า เสียงเพลงเดียวกันดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ มีความนุ่มนวลและอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ซ้อมเพลงด้วยกันเสมอ เตยกลายเป็นกระจกที่คอยสะท้อนให้นาวามองเห็นตัวเองชัดขึ้น และนาวาก็กลายเป็นนักร้องที่เรียนรู้จะเติบโตจากคำวิจารณ์แทนที่จะปิดใจ
ม้า
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“คำวิจารณ์จากคนที่หวังดี แม้จะฟังดูไม่สบายใจในตอนแรก แต่ถ้าเรากล้ารับฟังอย่างเปิดใจ มันจะเป็นประตูสำคัญที่พาเราเติบโตและพัฒนาตัวเองได้อย่างแท้จริง”